แลมพ์ บอก สแตมฟอร์ม บริดจ์ เป็นบ้านที่น่าอยู่เสมอ

เรียกได้ว่าเขานั้นเป็นตำนานและเป็นสุดยอดนักเตะของเชลซีไปแล้วแม้ว่าเขานั้นไม่ได้อยู่ในฐานะนักเตะของเชลซีแล้วก็ตาม แต่จิตใจของเขานั้นเป็นของเชลซีโดนสมบูรณ์ แฟรงค์ แลมพาร์ด ​นักเตะในตำนานของทีม สิงห์บลู ได้กลับมาเยือนถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งเพื่อเข้าชมเกม เชลซี เปิดบ้านต้อนรับ เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน โดยมีแฟน ๆ สิงโตน้ำเงินครามที่คอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและยังคงเห็นเขาเป็นเหมือนนักเตะในทีมเสมอ จากที่ แลมพ์ ได้ชมเกม เชลซี เป็นบ้านเฉือน เวสต์ บรอม 1-0 ซึ่งได้ประตูชัยจาก ดิเอโก้ คอสต้า พาทีมเก็บสามแต้มกลับไปรั้งจ่าฝูงนั้น ได้มีแฟนบอลที่ยังคงรักและคอยติดตามเส้นทางการค้าแข้งของเขาได้ร่วมกันชูผืนผ้าที่สกรีนเป็นรูปของอดีตกองกลางของทีม

ในท่าทางชูมือขึ้นฟ้าสองข้าง เหมือนกับตอนที่ทำประตูได้ มันเป็นการกลับมาเยี่ยมบ้านที่มีความอบอุ่นและทำให้เขานั้นได้ระลึกถึงการเล่นในสนามของเชลซี เรียกได้ว่าเขานั้นยังคงเป็นสุดยอดของเชลซีและยังสามารถที่จะทำให้แฟนบอลดีใจที่ได้เห็นเขามารับชมเกมที่เชลซีเล่นชนะนั่นเอง มิดฟิลด์วัย 38 ปี เคยได้ลงเล่นให้ เชลซี มากกว่า 400 นัดโดยถือว่าเป็นนักเตะในเครื่องหมายการค้าของสโมสรอีกคนหนึ่ง แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้ค้าแข้งกับ สิงโตน้ำเงินคราม แต่อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติ อังกฤษ ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของกองเชียร์ใน สแต็มฟอร์ด บริดจ์ อยู่เสมอ

ลือ เป็ป เตรียมหามือกาวตัวแทน บราโว แล้ว

ฟอร์มไม่ได้เป็นไปตามที่เขานั้นต้องการ ทางด้านนายใหญ่ เป็ป กวาร์ดิโอลา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เริ่มมองหาตัวแทน เคลาดิโอ บราโว ผู้รักษาประตู ที่ทำผิดพลาดหลายครั้งในช่วงหลังตามรายงานของสื่อโปรตุเกส ฟอร์มที่เคยดีของเขานั้นใช้ไม่ได้ใน ศึก พรีเมียร์ลีก เรียกได้ว่าเป็นฟอร์มที่แย่กว่าตอนที่อยู่บาร์ซ่า นายทวารทีมชาติชิลี ได้ข้ามฟากมาจาก บาร์เซโลนา เมื่อช่วง ซัมเมอร์ที่ผ่านมาจนส่งผลให้มือหนึ่งของทีมในตลอดหลายปีหลังอย่าง โจ ฮาร์ท ต้องย้ายทีมไป เรียกได้ว่าเขานั้นย้ายมาไล่มือกาวประจำทีมออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างไรก็ตาม บราโว เองก็ยังจะดูเหมือนไม่ค่อยคุ้นชินกับฟุตบอลอันหนักหน่วงใน พรีเมียร์ลีก

จนทำให้โดนถลุงประตูอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะในนัดล่าสุดที่แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 4-2 เรียกได้ว่าเป็นการแพ้ที่ทำให้เขานั้นโดนมองข้ามและกำลังจะโดนโยนทิ้งจากการเป็นมือหนึ่ง ส่วนคนที่ เป็ป ได้มองแทนที่นั้นก็คือ เอแดร์สัน โมเรส นายทวารวัย 23 ของ เบนฟิกา ซึ่งได้ตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปในตอนนี้นั่นเอง ซึ่งตามรายงานเองก็ระบุว่า เป็ป ได้ประทับใจในฟอร์มของ โมเรส ตั้งแต่คุมทีม บาเยิร์น มิวนิค แล้ว และในครั้งนี้เขาก็หมายมั่นจะได้มือกาวรายนี้มาร่วมทีมใน เอติฮัด สเตเดียม ให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราอาจจะได้เห็นผู้รักษาประตูคนเดิมกลับมาเล่นในสนามของแมนซิตี้ก็เป็นได้ เรียกได้ว่านี่เป็นที่ของเขาซึ่งหากกลับมาและเล่นได้ดีกว่า บราโว่ก็อาจจะได้รับการไว้ใจให้เล่นต่อไปอีกยาวแน่นอน

จ่าเฉย บอก คอสต้า หายบ้าแล้วเก่งดุจเทพ

เรียกได้ว่าความบ้าหายไปความเทพก็ผุดออกมาแฮร์รี เร้ดเนปป์ อดีตกุนซือ ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ส ​ได้กล่าวยกย่องศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงในขณะนี้ คือ ดีเอโก้ คอสต้า ของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ว่ากลับมาคืนฟอร์มเยี่ยมหลังซัดไปแล้ว 12 ลูกใน พรีเมียร์ ลีก เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของทีมเลยทีเดียว ซึ่งนั่นทำให้เขานั้นได้รับคำยกย่องว่าสามารถที่จะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและดีขึ้ยกว่าเดิมเพราะสามารถที่จะจัดการอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีของเขาออกไปได้อย่างดีเยี่ยม มันเกิดสิ่งมหัศจรรย์มาก ๆ หลังจาก คอสต้า สามารถสงบสติอารณ์ของตัวเองได้ในฤดูกาลนี้ รวมทั้งเขามีโครงสร้างร่างกายที่ดีกว่าเดิมด้วย

เพราะก่อนนี้เขาน้ำหนักขึ้นมาหลายกิโล” จ่าเฉย ยังกล่าวว่า คอสต้า อดีตศูนย์หน้าจาก แอตแลนติโก มาดริด เคยสนใจแต่การไล่อัดหรือมีเรื่องกับฝ่ายตรงข้าม ถ้าโดนยั่วยุหน่อยก็แน่นอนว่าเขาพร้อมประจันหน้าเสมอ อย่างที่พวกคุณเคยเห็นกันนั้นแหละ แต่มาช่วงหลังนี้เขาเปลี่ยนไปจนใครก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรเขาได้ซึ่งนั่นทำให้เขาแข็งแกร่งและโหดมากกว่าเดิมนั่นเอง คอสต้ามีความแข็งแกร่งและโหดเป็นทุนเดิม ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเขานั้นสลัดความบ้าคลั่งออกไปจากตัวเองได้เขานั้นเป็นนักเตะที่โหดมากเลยทีเดียว ในฤดูกาลที่แล้ว กองหน้าชาว สเปน รายนี้ โดนไปเหลืองไปถึง 11 ใบรวมถึงใบแดงด้วยอีก 1 ใบ แต่สำหรับตอนนี้เขาเพิ่งโดนไปเหลืองไปแค่ 4 ใบ จากการลงสนามทั้งหมด 15 นัด นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปงที่ดีมากและทำให้ทีมได้เป็นจ่าฝูงและชนะติดต่อกันได้อีกด้วย

ปืนใหญ่ต้องการชนะเพื่อที่จะได้ขึ้นเป็นจ่าฝูงชั่วคราว

อาร์เซน่อลต้องการที่จะได้รับชัยชนะเพื่อที่จะได้ขึ้นไปเป็นที่หนึ่งในตารางพรีเมียร์ลีก ชั่วคราว มันเป็นเรื่องที่พวกเขานั้นต้องการจะได้รับชัยชนะในการศึกครั้งนี้อย่างมาก มันเป็นศึกครั้งใหญ่ในการเล่นเพื่อการันตีว่าพวกเขานั้นจะสามารถที่จะมีคะแนนเพื่อที่จะสู้เชลซีได้นั่นเอง  แน่นอนว่าพวกขาทั้งสองทีมมีปัญหาที่เกิดจากอาการบาดเจ็บและใช้นักเตะไม่ได้ตามที่ต้องการ ทางด้านเอฟเวอร์ตัน นั้นต้องกดดันอย่างหนักเพราะพวกเขาเองนั้นก็ต้องการที่จะได้รับชัยชนะในการเล่นครั้งนี้เช่นกัน พวกเขานั้นจะไม่มี มูฮาเหม็ด เบซิช , แม็ตธิว เพนนิงตัน, อารูนา โคเน และ ยานนิค โบลาซี เพราะพวกเขาเหล่านี้นั้นมีอาการบาดเจ็บ

ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขานั้นต้องเครียดจากการจัดตัวนักเตะเพื่อที่จะรับมือกับปืนใหญ่นั่นเอง ส่วนทางด้านอาร์เซนอล ปืนใหญ่นั้นก็มีปัญหาอยู่เช่นกัน เพราะว่านักเตะที่ต้องการให้ลงเล่นในสนามนัดนี้นั้นต่างมีอาการบาดเจ็บและไม่สามารถที่จะใช้งานได้อย่างเต็มที่ เหมือนทุกอย่างไม่เป็นใจให้พวกเขานั้นพบกับชัยชนะนั่นเอง เพราะแต่ละคนที่ต้องการให้ลงในสนามนั้นไม่ได้ลงเล่นเป็นจำนวนหลายคนเช่นกัน กองหน้าจอมโหดของอาร์เซน่อลเองก็ไม่ฟิตพร้อมที่จะลงไปซัดประตูเช่นกัน แดนนี่ เวลเบ็ค มีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวนแต่เขานั้นสามารถที่จะลงซ้อมได้แต่ไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นในสนามแบบเต็มร้อยซึ่งทำให้พวกเขานั้นต้องจัดทัพอย่างรอบครอบเพื่อที่จะได้รับชัยในนัดนี้ให้ได้ไม่ว่าจะยิงได้กี่ประตูแต่ก็ต้องการชัยชนะนัดนี้ให้ได้นั่นเอง

สิงหบลู ทุบสถิติใหม่ ชนะ 9 เกมรวดในศึก พรีเมียร์ ลีก

   นับว่าเป็นสโมสรที่มาแรงและหยุดไม่อยู่ตั้งแต่ชนะไม่แพ้มาหลายนัด แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ สำหรับ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ในขณะนี้ หลังเพิ่งทุบสถิติใหม่โดยการชนะ 9 เกมรวดในศึก พรีเมียร์ ลีก หลังจากที่พวกเขาปราชัยให้กับ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล 3-0 ตั้งแต่นั้นมาก็สามารถเก็บชัยชนะมาตลอด เหมือนว่าพวกเขาได้โดนกระตุ้นให้กระหายชัยชนะมากกว่าเดิมตั้งแต่พวกเขานั้นพ่ายปืนใหญ่ เหมือนว่าพวกเขานั้นได้รับแรงกระตุ้นจากคอนเต้ สุดยอดโค้ชที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมและแผนของทีมซึ่งทำให้พวกเขาสามารถที่จะทำเกมได้ดุดันมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งก่อนหน้านี้ทีม ปืนใหญ่ ของ อาร์แซน เวนเกอร์ ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวจากการพลิกแซง สโต๊ค ซิตี้ 3-1 แต่ล่าสุด เชลซี ก็กลับขึ้นไปอยู่ที่หัวตารางของศึก พรีเมียร์ ลีก อีกครั้ง

หลังจากเมื่อคืนสามารถเก็บชัยเหนือ เวสต์ บรอมวิช ไปได้ 1-0 โดยเป็น พี่บ่าว ดีเอโก้ คอสต้า ที่ซัดประตูสุดสวยได้จากจังหวะเบียดแย่งบอลกับกองหลังของ เวสต์ บรอม และเลี้ยงเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนกดด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเข้าเสยตาข่ายอย่างสวยงาม พร้อมกันนี้ยังเป็นประตูที่ 12 ของเจ้าตัว ส่งผลขึ้นให้แท่นดาวซัลโวเป็นอันดับ 1 ในตอนนี้อีกด้วย เรียกได้ว่าพวกเขานั้นแรงจนยังไม่มีใครที่จะสามารถหยุดพวกเขาได้แล้วจริงๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ เชลซี สามารถเก็บชัยต่อเนื่องได้ 9 นัดรวด เมื่อปี 2005 และปี 2007 พวกเขาก็ได้เคยทำสถิติแบบนี้มาแล้วเหมือนกัน จากตามสถิติแล้วพวกเขานั้นมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นรับถ้วยรางวัลมากที่สุดเพราะการชนะต่อเนื่องนั้นทำให้พวกเขานั้นมีความมั่นใจในการเล่นมากขึ้นกว่าเดิมและสามารถที่จะทำให้แผนของโค้ช คอนเต้นั้นได้ผลมากที่สุด 3-4-3 เป็นแผนที่ทำให้พวกเขานั้สามารถที่จะชนะได้อย่างไม่ติดขัดนั่นเอง

บทความโดยทีมงาน ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ สดตลอด 24 ชั่วโมง